ผู้เชี่ยวชาญไอทีซิเคียวริตี้ ชี้ เว็บไซต์ดังๆ มีแนวโน้มถูก แฮกติวิสซึ่ม เจาะมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีพัฒนาไปเร็ว ทุกเว็บไซต์มีโอกาสโดนเจาะระบบได้หมด โดยคนกลุ่มนี้ถือเป็น 1 ใน 5 ภัยคุกคามโลกไซเบอร์ที่น่าจับตามอง และมีแนวโน้มก่อเหตุมากขึ้น...นายปริญญา หอมอเนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบเข้ามาแปะรูป ทวงถาม เหนือเมฆข้าอยู่ไหน ว่า กรณีนี้เป็นการเจาะเข้าระบบตามช่องโหว่ของเว็บไซต์โดยทั่วไป เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทุกเว็บไซต์มีโอกาสโดนเจาะระบบได้หมด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแฮกเกอร์ ว่าเป็นใคร หากเป็นคนไทย ส่วนมากจะเน้นการโชว์ว่าระบบมีช่องโหว่ ฉันสามารถเข้ามาทำอะไรก็ได้ ถ้าเป็นแฮกเกอร์ต่างประเทศมักจะขโมยเอาข้อมูลไปด้วย ทั้งนี้กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นก็น่าเชื่อว่าเป็นผลงานของแฮกเกอร์ชาวไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าวต่อว่า กลุ่มแฮกเกอร์เหล่านี้เรียกว่า Hacktivism หรือ ลัทธิแฮกเกอร์ ขณะนี้มีแฮกเกอร์สองกลุ่มที่เป็นผู้นำลัทธิ ได้แก่กลุ่ม Anonymous และกลุ่ม Lulzsec ได้ออกอาละวาดเจาะระบบบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกโดยวิธีการ APT หรือ Advanced Persistent Threat โดยการออกแบบมัลแวร์ (MalWare) ในรูปแบบม้าโทรจัน ฝังเข้าสู่เครื่องของเป้าหมายในแบบระบุเป้าหมายเฉพาะ (Target Attack) ซึ่งหลายสถานทูตทั่วโลกในปัจจุบันถูกเจาะระบบด้วยวิธีการนี้ โดยโปรแกรมตรวจจับไวรัส หรือมัลแวร์ทั่วไปไม่สามารถที่จะตรวจจับการโจมตีแบบ APT ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นการใช้ช่องโหว่แบบ Zero Day ที่ยังไม่มีการค้นพบมาก่อน และทางผู้ผลิตยังไม่มีการออก Patch มาแก้ไข ทำให้การโจมตีแบบนี้ได้ผลมากนายปริญญา กล่าวอีกว่า ส่วนใหญ่การโจมตีแบบ APT จะเจาะระบบที่ช่องโหว่ของ Internet Browser และ Adobe Acrobat เป็นหลัก โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อการล้วงความลับขององค์กร ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ WikiLeaks ที่เป็นข่าวครึกโครมมาแล้วทั่วโลก ในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ของหลายองค์กรและเครื่องคอมพิวเตอร์ของหลายๆ คนที่บ้านก็ได้รับการติตตั้งโปรแกรมม้าโทรจันของกลุ่ม Hacktivist ดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว และโปรแกรมเหล่านี้คอยดักจับข้อมูลส่งให้แฮกเกอร์อยู่ตลอดเวลา ทำให้เราเสียความเป็นส่วนตัว และทำให้องค์กรเกิดปัญหาความลับรั่วไหลออกสู่ภายนอกแฮกติวิสซึ่ม เป็น 1 ใน 5 แนวโน้มภัยคุกคามระบบไซเบอร์ในเวลานี้ เป็นกลุ่มที่น่าจับตามอง เพราะคนเหล่านี้อยู่ในที่มืดรวมตัวกันทำงานเป็นทีม สามารถเข้าจัดการกับเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามได้จากทุกสถานที่ โดยคาดว่าน่าจะมีแนวโน้มที่ก่อเหตุเพิ่มมากขึ้น หากถามว่าคนกลุ่มนี้น่ากลัวหรือไม่ ต้องบอกว่าเราอยู่ในที่สว่างแต่พวกเขาอยู่ในที่มืด เรามองไม่เห็น และผลการถูกแฮกอาจจะทำให้เสียข้อมูลสำคัญไป หรือกรณีที่ไม่ได้ขโมยอะไรไป แต่การที่เว็บไซต์ถูกแฮก ย่อมทำให้องค์กรนั้นๆ สูญเสียความน่าเชื่อถือ กระทบกับชื่อเสียงได้เช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าว.
Monday, January 7, 2013
เตือนเว็บไซต์ดังๆ มีแนวโน้มถูก แฮกติวิสต์ซึ่ม เจาะมากขึ้น
เตือนเว็บไซต์ดังๆ มีแนวโน้มถูก แฮกติวิสต์ซึ่ม เจาะมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญไอทีซิเคียวริตี้ ชี้ เว็บไซต์ดังๆ มีแนวโน้มถูก แฮกติวิสซึ่ม เจาะมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีพัฒนาไปเร็ว ทุกเว็บไซต์มีโอกาสโดนเจาะระบบได้หมด โดยคนกลุ่มนี้ถือเป็น 1 ใน 5 ภัยคุกคามโลกไซเบอร์ที่น่าจับตามอง และมีแนวโน้มก่อเหตุมากขึ้น...นายปริญญา หอมอเนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบเข้ามาแปะรูป ทวงถาม เหนือเมฆข้าอยู่ไหน ว่า กรณีนี้เป็นการเจาะเข้าระบบตามช่องโหว่ของเว็บไซต์โดยทั่วไป เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทุกเว็บไซต์มีโอกาสโดนเจาะระบบได้หมด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแฮกเกอร์ ว่าเป็นใคร หากเป็นคนไทย ส่วนมากจะเน้นการโชว์ว่าระบบมีช่องโหว่ ฉันสามารถเข้ามาทำอะไรก็ได้ ถ้าเป็นแฮกเกอร์ต่างประเทศมักจะขโมยเอาข้อมูลไปด้วย ทั้งนี้กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นก็น่าเชื่อว่าเป็นผลงานของแฮกเกอร์ชาวไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าวต่อว่า กลุ่มแฮกเกอร์เหล่านี้เรียกว่า Hacktivism หรือ ลัทธิแฮกเกอร์ ขณะนี้มีแฮกเกอร์สองกลุ่มที่เป็นผู้นำลัทธิ ได้แก่กลุ่ม Anonymous และกลุ่ม Lulzsec ได้ออกอาละวาดเจาะระบบบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกโดยวิธีการ APT หรือ Advanced Persistent Threat โดยการออกแบบมัลแวร์ (MalWare) ในรูปแบบม้าโทรจัน ฝังเข้าสู่เครื่องของเป้าหมายในแบบระบุเป้าหมายเฉพาะ (Target Attack) ซึ่งหลายสถานทูตทั่วโลกในปัจจุบันถูกเจาะระบบด้วยวิธีการนี้ โดยโปรแกรมตรวจจับไวรัส หรือมัลแวร์ทั่วไปไม่สามารถที่จะตรวจจับการโจมตีแบบ APT ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นการใช้ช่องโหว่แบบ Zero Day ที่ยังไม่มีการค้นพบมาก่อน และทางผู้ผลิตยังไม่มีการออก Patch มาแก้ไข ทำให้การโจมตีแบบนี้ได้ผลมากนายปริญญา กล่าวอีกว่า ส่วนใหญ่การโจมตีแบบ APT จะเจาะระบบที่ช่องโหว่ของ Internet Browser และ Adobe Acrobat เป็นหลัก โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อการล้วงความลับขององค์กร ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ WikiLeaks ที่เป็นข่าวครึกโครมมาแล้วทั่วโลก ในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ของหลายองค์กรและเครื่องคอมพิวเตอร์ของหลายๆ คนที่บ้านก็ได้รับการติตตั้งโปรแกรมม้าโทรจันของกลุ่ม Hacktivist ดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว และโปรแกรมเหล่านี้คอยดักจับข้อมูลส่งให้แฮกเกอร์อยู่ตลอดเวลา ทำให้เราเสียความเป็นส่วนตัว และทำให้องค์กรเกิดปัญหาความลับรั่วไหลออกสู่ภายนอกแฮกติวิสซึ่ม เป็น 1 ใน 5 แนวโน้มภัยคุกคามระบบไซเบอร์ในเวลานี้ เป็นกลุ่มที่น่าจับตามอง เพราะคนเหล่านี้อยู่ในที่มืดรวมตัวกันทำงานเป็นทีม สามารถเข้าจัดการกับเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามได้จากทุกสถานที่ โดยคาดว่าน่าจะมีแนวโน้มที่ก่อเหตุเพิ่มมากขึ้น หากถามว่าคนกลุ่มนี้น่ากลัวหรือไม่ ต้องบอกว่าเราอยู่ในที่สว่างแต่พวกเขาอยู่ในที่มืด เรามองไม่เห็น และผลการถูกแฮกอาจจะทำให้เสียข้อมูลสำคัญไป หรือกรณีที่ไม่ได้ขโมยอะไรไป แต่การที่เว็บไซต์ถูกแฮก ย่อมทำให้องค์กรนั้นๆ สูญเสียความน่าเชื่อถือ กระทบกับชื่อเสียงได้เช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าว.
ผู้เชี่ยวชาญไอทีซิเคียวริตี้ ชี้ เว็บไซต์ดังๆ มีแนวโน้มถูก แฮกติวิสซึ่ม เจาะมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีพัฒนาไปเร็ว ทุกเว็บไซต์มีโอกาสโดนเจาะระบบได้หมด โดยคนกลุ่มนี้ถือเป็น 1 ใน 5 ภัยคุกคามโลกไซเบอร์ที่น่าจับตามอง และมีแนวโน้มก่อเหตุมากขึ้น...นายปริญญา หอมอเนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบเข้ามาแปะรูป ทวงถาม เหนือเมฆข้าอยู่ไหน ว่า กรณีนี้เป็นการเจาะเข้าระบบตามช่องโหว่ของเว็บไซต์โดยทั่วไป เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทุกเว็บไซต์มีโอกาสโดนเจาะระบบได้หมด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแฮกเกอร์ ว่าเป็นใคร หากเป็นคนไทย ส่วนมากจะเน้นการโชว์ว่าระบบมีช่องโหว่ ฉันสามารถเข้ามาทำอะไรก็ได้ ถ้าเป็นแฮกเกอร์ต่างประเทศมักจะขโมยเอาข้อมูลไปด้วย ทั้งนี้กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นก็น่าเชื่อว่าเป็นผลงานของแฮกเกอร์ชาวไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าวต่อว่า กลุ่มแฮกเกอร์เหล่านี้เรียกว่า Hacktivism หรือ ลัทธิแฮกเกอร์ ขณะนี้มีแฮกเกอร์สองกลุ่มที่เป็นผู้นำลัทธิ ได้แก่กลุ่ม Anonymous และกลุ่ม Lulzsec ได้ออกอาละวาดเจาะระบบบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกโดยวิธีการ APT หรือ Advanced Persistent Threat โดยการออกแบบมัลแวร์ (MalWare) ในรูปแบบม้าโทรจัน ฝังเข้าสู่เครื่องของเป้าหมายในแบบระบุเป้าหมายเฉพาะ (Target Attack) ซึ่งหลายสถานทูตทั่วโลกในปัจจุบันถูกเจาะระบบด้วยวิธีการนี้ โดยโปรแกรมตรวจจับไวรัส หรือมัลแวร์ทั่วไปไม่สามารถที่จะตรวจจับการโจมตีแบบ APT ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นการใช้ช่องโหว่แบบ Zero Day ที่ยังไม่มีการค้นพบมาก่อน และทางผู้ผลิตยังไม่มีการออก Patch มาแก้ไข ทำให้การโจมตีแบบนี้ได้ผลมากนายปริญญา กล่าวอีกว่า ส่วนใหญ่การโจมตีแบบ APT จะเจาะระบบที่ช่องโหว่ของ Internet Browser และ Adobe Acrobat เป็นหลัก โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อการล้วงความลับขององค์กร ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ WikiLeaks ที่เป็นข่าวครึกโครมมาแล้วทั่วโลก ในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ของหลายองค์กรและเครื่องคอมพิวเตอร์ของหลายๆ คนที่บ้านก็ได้รับการติตตั้งโปรแกรมม้าโทรจันของกลุ่ม Hacktivist ดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว และโปรแกรมเหล่านี้คอยดักจับข้อมูลส่งให้แฮกเกอร์อยู่ตลอดเวลา ทำให้เราเสียความเป็นส่วนตัว และทำให้องค์กรเกิดปัญหาความลับรั่วไหลออกสู่ภายนอกแฮกติวิสซึ่ม เป็น 1 ใน 5 แนวโน้มภัยคุกคามระบบไซเบอร์ในเวลานี้ เป็นกลุ่มที่น่าจับตามอง เพราะคนเหล่านี้อยู่ในที่มืดรวมตัวกันทำงานเป็นทีม สามารถเข้าจัดการกับเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามได้จากทุกสถานที่ โดยคาดว่าน่าจะมีแนวโน้มที่ก่อเหตุเพิ่มมากขึ้น หากถามว่าคนกลุ่มนี้น่ากลัวหรือไม่ ต้องบอกว่าเราอยู่ในที่สว่างแต่พวกเขาอยู่ในที่มืด เรามองไม่เห็น และผลการถูกแฮกอาจจะทำให้เสียข้อมูลสำคัญไป หรือกรณีที่ไม่ได้ขโมยอะไรไป แต่การที่เว็บไซต์ถูกแฮก ย่อมทำให้องค์กรนั้นๆ สูญเสียความน่าเชื่อถือ กระทบกับชื่อเสียงได้เช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าว.
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
Blog Archive
-
▼
2013
(246)
-
▼
January
(60)
- คิงส์ตันออกแฟลชไดร์ฟUSB3.0ใหม่หนุนวินโดวส์8
- NVK พร้อมลุยโครงการรัฐ-โทรคมฯ ปลื้มรายได้ปี55โต30%
- โลกาภิวัตน์ 31/01/56
- RO2 แรงเกินคาด เอเชียซอฟท์รุกหนักตั้งแต่ต้นปี
- เอซุส ปล่อยการ์ดจอ ROG ARES II ระบายความร้อนไฮบริด...
- โลกาภิวัตน์ 29/01/56
- ทรูไลฟ์ พลัส เอาใจลูกค้าขยายเวลาโปร ใช้ 1 บริการ ไ...
- แอลจีส่งกูเกิลโฟนล่าสุด Nexus 4 สู่ตลาดไทย 1 ก.พ.นี้
- เอปสัน โวรั้งเบอร์1โปรเจกเตอร์ ส่งทีเด็ดรวดเดียว33...
- วิจัยไข้หวัดนกผลงานระดับดีเยี่ยม!
- สุทธิชัยแนะปรับตัวยุค3จีทีวีดิจิตอล
- ชะลอมจักสานเสริมรายได้บ้านหัวทุ่ง
- เลอโนโวร่วมโชว์นวัตกรรมเด็ดจากงาน CES 2013
- แคนนอนเปิดตัว Canon Mobile Print บน iOS
- กสทช.เตือนภัยคนยุค 3G ใน คิดก่อนคลิก Cybersecurity...
- 3BBรุกตลาดบรอดแบนด์เปิด FTTx ส่งเน็ตแรงเข้าบ้าน
- เมียนมาร์ แอร์ฯ รับเครื่องEmbraer E190sใหม่ 2 ลำ
- ตลาดพีซีเอเชียปี55หดตัวครั้งแรในประวัติศาสตร์
- ประดิษฐ์เครื่องซักล้างเสื่อแทนคน
- แต้วเปลือกย้อมผ้าได้
- ขนมดอกกระโดนโดนใจมาเลย์
- ปณท ลดค่าส่งของใหญ่ไปนอก เพิ่ม 10% ขยายปลายทาง 32 ...
- เผยเทรนด์คลาวด์ไทยเติบโต ชี้องค์กรหวังปฏิรูปไอทีแล...
- ATCI ร่วมเปิดสถาบันIMC หนุนวงการไอทีไทยรับเออีซี2015
- เอชพีคว้าใบประกาศหมึกพิมพ์มาตรฐานจากยูแอล ย้ำภาพเท...
- โลกาภิวัตน์ 21/01/56
- ซีเอฯ ส่งโซลูชั่น ARCserve เจาะกลุ่มองค์กร ปกป้องข...
- เร่งศึกษาสายงานวิชาชีพไอซีที เสริมเขี้ยวเล็บบุคลาก...
- ขู่ริบใบอนุญาตค่ายมือถือ หากพบเพิกเฉยกำหนดวันหมดอา...
- เอชพีคว้าใบประกาศหมึกพิมพ์มาตรฐานจากยูแอล ย้ำภาพเท...
- ชาวเน็ตโวย!มั่วนิ่มจอดรถที่คนพิการ
- ชีววิธีจัดการศัตรูพืช
- มช.เจ๋ง!ผลิตเจลยาชาจากข้าว
- แตงหนูเป็นยาอาหาร
- ปรับพันธุ์ไหมอีรี่เพิ่มขนาดทนร้อน
- วช.ปั้นนักประดิษฐ์รุ่นใหม่
- คม ชัด ลึกชวนถ่ายรูปนกนางนวล ณ บางปู
- ไทยแลนด์เกมโชว์วันสุดท้ายยังคึกคัก!
- โรคกุ้งตายด่วนระวังซ้ำรอยปี37
- กล้องนิคอน 2 รุ่นคว้ารางวัล iF Design award2556
- กสทช.ดึงต่างชาติร่วมเวิร์กช็อปดิจิตอล เร่งคลอดปีนี้
- คิงส์ตันเปิดตัวแฟลชไดรฟ์เร็วและจุมากที่สุดในโลกปลา...
- เตือนเว็บไซต์ดังๆ มีแนวโน้มถูก แฮกติวิสต์ซึ่ม เจาะ...
- เอ็นซีทรูแจงยุติบริการเกม Point Blank ยันสาวกยังเล...
- โลกาภิวัตน์ 08/01/56
- ทรูโวแอปเปิลยกทีมเพื่อนสนิทไอทีเป็น ‘iPhone Master...
- สุภิญญา ค้าน! ช่อง 3 อ้าง ม.37 แบน เหนือเมฆ 2
- ชี้อ้าง ม.37 แบนละคร หวั่น กสทช. เกิดภาพลบ
- ‘ฟูจิ ซีร็อกซ์’ ขยายศูนย์ฯ บริการด้านงานพิมพ์ เปิด...
- กสทช.รับช่อง 3 แจงเหตุถอด เหนือเมฆ2 ระบุผิด ม.37
- ทรูโวแอปเปิลยกทีมเพื่อนสนิทไอทีเป็น ‘iPhone Master...
- ปณท ออกแสตมป์ “หนูน้อยสิบชาติอาเซียน” รับวันเด็ก
- เดลล์ เปิดตัว อุปกรณ์บริหารจัดการรับปีใหม่
- ‘ฟูจิ ซีร็อกซ์’ ขยายศูนย์ฯ บริการด้านงานพิมพ์ เปิด...
- 3 ค่ายมือถือ-ทีโอที ซี้ด! กสทช. ไล่เช็กบิลจ่ายค่าป...
- F5 เน็ตเวิร์คส์ ตั้ง2ผู้บริหารระดับสูง รุกหนักธุรก...
- โลกาภิวัตน์ 04/01/56
- กสทช.ตั้งอนุกรรมการเตรียมเปิดประมูล 4G แล้ว
- ดีแทคเผยลูกค้าแห่อวยพรปีใหม่ผ่านแอพฯ-โซเชียล ทำยอด...
- ไมโครซอฟท์ห่วงปัญหาซอฟต์แวร์ผิดกม. ไทยไม่พ้นบ่วง
-
▼
January
(60)
No comments:
Post a Comment