เอซุส ประกาศรุกตลาดปี 2556 ของกลุ่มธุรกิจโอเพ่น แพลทฟอร์ม (โอพีบีจี) เผยไฮไลต์สินค้าใหม่ภายใต้แนวคิด “Home Solution 2.0” ที่เน้นตอบสนองเทรนด์การใช้สมาร์ทดีไวซ์ที่เพิ่มขึ้นในยุค Cloud Enabled Era ควบคู่กับการเพิ่มคู่ค้าและศูนย์บริการทุกจังหวัด ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 1,800 ล้านบาทและยอดจำหน่ายโตขึ้น 10%...นายมนต์ธีร์ วุฒิรงค์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจโอเพ่น แพลทฟอร์ม บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการรวมถึงรายได้จากกลุ่มธุรกิจเดสก์ท็อปพีซี ที่ได้นำมาทำตลาดในประเทศไทยเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2556 โดยเราสามารถสร้างการเติบโตด้วยส่วนแบ่งการตลาดรวมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดสก์ท็อปพีซีและออลอินวันพีซีอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของตลาดพีซีคอมเมอร์เชียล เนื่องจากมีปัจจัยด้านบวกที่ทำให้เราสามารถสร้างฐานตลาดลูกค้าองค์กรและหน่วยงานราชการต่างๆ มากมาย โดยสัดส่วนของธุรกิจเดสก์ท็อปพีซีระหว่างตลาดคอมเมอร์เชียลและคอนซูมเมอร์จาก 100 % ของเอซุสจะอยู่ที่ประมาณ 80 ต่อ 20%จากผลประกอบการในปี 2555 ที่ผ่านมา เอซุสยังคงมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมาเธอร์บอร์ดเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่สร้างรายได้สูงสุดกว่า 60% ตามมาด้วยวีจีเอการ์ด 25% และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดคืออุปกรณ์เครือข่ายแบบไร้สายที่ประมาณ 175% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของผู้บริโภคในตลาดที่หันมาให้ความสำคัญกับการเข้าถึงระบบเครือข่ายที่น่าเชื่อถือ รวมถึงนวัตกรรมอันล้ำหน้าด้านเน็ตเวิร์กกิ้งโซลูชั่นของเอซุสที่สามารถเข้ามาควบรวมการต่อเชื่อมของอุปกรณ์ต่างๆ จากศูนย์กลางเครือข่ายภายในบ้านหรือ Backbone device ซึ่งก็ คือ เราท์เตอร์ผ่านทางการควบคุมด้วยเดสก์ท็อปพีซี หรือสมาร์ทดีไวซ์ได้อย่างสะดวกสบายผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจี บ.เอซุสเทคฯ สำหรับในปี 2556 นี้ ทางกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีได้แบ่งหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ออกเป็น 7 กลุ่มหลักๆ ด้วยกัน ประกอบด้วย 1) กลุ่มสินค้ามาเธอร์บอร์ด 2) กลุ่มสินค้ามัลติมีเดีย 3) กลุ่มอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายและอุปกรณ์ต่อพ่วง 4) กลุ่มสินค้าประกอบสำเร็จรูป (เดสก์ท็อปพีซีและออลอินวัน) 5) กลุ่มจอภาพดิสเพลย์ 6) กลุ่มสินค้าออพติคอลไดร้ฟว์ และสตอเรจ (OMAP) 7) กลุ่มบอร์ดเวิร์กสเตชั่นและเซฟเวอร์ ซึ่งเป็นการจัดหมวดสินค้าภายใต้ความรับผิดชอบของกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีให้มีความสะดวก และเหมาะสมกับการบริหารจัดการด้านการตลาดยิ่งขึ้น โดยเราได้วางนโยบายการตลาดผ่านแนวคิดที่เรียกว่า ‘Home Solution 2.0’ โดยต่อยอดแนวคิดด้านการตลาดในปีที่ผ่านมาในส่วนของการเชื่อมต่อของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจของโอพีบีจี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่ม DIY ที่เอซุสเป็นเจ้าตลาดอยู่ ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นที่สุดแห่งเทคโนโลยี ในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งภายในบ้านและอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์แบบพกพา บนระบบ Cloud Service ในรูปแบบ Private Cloud หรือระบบคลาวด์ส่วนตัวของเอซุส ที่ช่วยเอื้อประโยชน์ให้ผู้บริโภคสามารถจัดการไฟล์คอนเทนต์ที่เก็บไว้ได้ด้วยตนเอง รวมถึงการแบ่งปันสู่บุคคลอื่นๆ ผ่านทางฟีเจอร์ ‘ASUS AiCloud’ ที่มีบนสมาร์ทดีไวซ์ชื่อดังต่างๆ โดยระบบนี้จะเปลี่ยนเราท์เตอร์ให้กลายเป็นศูนย์กลาง (Backbone) ของการใช้งานทางด้านอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายภายในบ้านและนอกบ้าน รวมถึงวงเครือข่ายอุปกรณ์พกพาที่ลงทะเบียนไว้ ผ่านการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ได้ในความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีบีบอัดขนาดของไฟล์และรับส่งข้อมูลใหม่ล่าสุด Wi-Fi 802.11ac นอกจากนี้ มาเธอร์บอร์ดจากเอซุสยังมีฟีเจอร์ ‘WiFi Go! และ Remote Go!’ที่สร้างการเข้าถึงคอนเทนต์ต่างๆ บนฮาร์ดดิสก์ของเครื่องพีซี ไม่ว่าจะเรียกดูจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก โดยฟีเจอร์ต่างๆ เหล่านี้ ช่วยสร้างระบบอันเป็นส่วนตัวและให้ความปลอดภัยสูงสุดอย่างไร้ขีดจำกัดที่ไม่ว่าสมาชิกคนไหนในบ้านก็สามารถเป็นผู้ดูแลระบบเองได้อย่างง่ายดาย ด้วยแนวคิดใหม่นี้ เอซุสได้ปฏิวัติความสามารถในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ในแบบเวอร์ชั่น 2.0 ได้อย่างแท้จริง เราจึงเชื่อว่าแนวคิดด้านการตลาดในแนวคิด “Home Solution 2.0” นี้ จะสามารถตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้ในทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ผู้ใช้งานระดับโปรเฟสชันนอล ผู้ใช้งานด้านเกมมิ่ง เอ็นด์ยูสเซอร์ทั่วไป รวมไปถึงผู้ใช้งานมัลติมีเดีย เพื่อความบันเทิงต่างๆ”นายมนต์ธีร์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลยุทธ์ด้านการตลาดของเรา ในปีนี้เราได้เพิ่มทีมงานที่เข้ามาดูแลในส่วนการตลาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเรามีกลุ่มสินค้าภายใต้ความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น และเรายังคงสานต่อการทำตลาดที่เน้นการสร้างประสบการณ์และความประทับใจจากลูกค้า ด้วยนวัตกรรมและดีไซน์ รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ไม่สร้างการแข่งขันด้านราคา แต่จะเน้นมูลค่าเพิ่มจากความแตกต่างและฟีเจอร์พิเศษให้กับผลิตภัณฑ์ สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายในปีนี้ ได้เพิ่มตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์มาเธอร์บอร์ดและมัลติมีเดีย คือ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SIS ซึ่งจะช่วยให้ช่องทางการจัดจำหน่ายของเรามีความครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น ผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจีฯ กล่าวถึงบริการหลังการขายว่า เอซุสยังได้เพิ่มจำนวนศูนย์ซ่อมผ่านทางพันธมิตรต่างๆ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการซ่อมให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการเปิดบริการงานซ่อมเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้สินค้าซีรีส์พรีเมี่ยมเกมมิ่งจากแบรนด์ ROG โดยเฉพาะ ด้วยบริการ “ROG Plus” ที่จะช่วยยกระดับการบริการให้เหล่าสมาชิกรู้สึกเป็นคนพิเศษ โดยมุ่งเน้นการสร้างความสะดวกรวดเร็วในการซ่อมแซม เพราะสินค้า ROG ผ่านช่องทางเฉพาะที่ไม่ต้องเข้าคิวรอร่วมกับสินค้าของเอซุสทั่วไป โดยบริการใหม่นี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคมของปีนี้ นายมนต์ธีร์ กล่าวถึงนวัตกรรมสินค้าที่เป็นไฮไลต์ในปี 2556ว่า จากที่สร้างความตื่นตาตื่นใจในงานมหกรรมแสดงสินค้าระดับโลก CES 2013 ที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยสินค้าจากเอซุสในส่วนของโอพีบีจีได้กวาดรางวัลยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรมและดีไซน์อย่างมากมาย อาทิ จอแสดงภาพ ‘ASUS Designo Series MX279H’ ขนาด 27 นิ้ว ที่มาพร้อมคุณภาพเสียงระหึ่มระดับสเตอริโอไฮไฟ B&O ICEPower จากความร่วมมือระหว่างทีมพัฒนาเทคโนโลยีระบบเสียงของเอซุสกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Bang & Olufsen ส่วนไลน์อัพสินค้าอันโดดเด่นที่พร้อมลงสู่ตลาดประเทศไทยในปี 2556 นี้ ประกอบด้วยสุดยอดกราฟฟิกการ์ดรุ่นลิมิทเต็ด เอดิชั่น ‘ROG ARES II’ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Dual AMD HD 7970 GHz Edition GPUs, เครื่องแปลงสัญญาณดิจิตอลอะนาล็อก ‘ASUS Xonar Essence One MUSES Edition’ และเซตหูฟังที่จะทำให้เสียงกระหึ่มเพื่อเพิ่มอรรถรส, คอมแพ็คมาเธอร์บอร์ดรุ่นจิ๋วแต่แจ๋ว ‘ASUS E2KM1I-DELUXE Mini-ITX’, ออลอินวันพีซี ‘ASUS Transformer AiO’ เครื่องแรกในโลกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 และจอถอดได้ขนาด 18.4 นิ้ว ใช้งานเป็นแท็บเล็ตระบบแอนดรอยด์ได้, เครื่องมีเดียสตรีมเมอร์ ‘ASUS Qube Google TV’ คุณภาพระดับไฮเดฟฟินิชั่น, จอแอลซีดีระดับโปรเฟสชันแนล “ASUS PA249Q ProArt” และ ‘VG248QE Fast Gaming monitor’ สำหรับคอเกมขาระห่ำ รวมถึงเราท์เตอร์ไร้สายแบบพกพาเครื่องเล็กที่สุดในโลก ‘ASUS WL-330NUL Pocket Router’ ที่ให้การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบออนเดอะโกที่สมบูรณ์แบบแก่ผู้ใช้งานที่เดินทางบ่อยๆ” ผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจีฯ กล่าวด้วยว่า ด้วยความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ รวมถึงเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในประเทศไทยในหมวดสินค้ามาเธอร์บอร์ด เราจะยังคงนำเสนอสุดยอดเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากลออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทางกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีหวังว่าในปี 2556 นี้ เราจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากผลิตภัณฑ์ในหมวดต่างๆ ได้มากขึ้น พร้อมสร้างการเติบโตของรายได้รวมภายในสิ้นปีประมาณ 10% และรั้งตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ มาเธอร์บอร์ดและวีจีเอการ์ดได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท.
Friday, February 22, 2013
เอซุส โอพีบีจี ชูแนวคิด Home Solution 2.0 ลุยตลาดไอทีปี56
เอซุส โอพีบีจี ชูแนวคิด Home Solution 2.0 ลุยตลาดไอทีปี56
เอซุส ประกาศรุกตลาดปี 2556 ของกลุ่มธุรกิจโอเพ่น แพลทฟอร์ม (โอพีบีจี) เผยไฮไลต์สินค้าใหม่ภายใต้แนวคิด “Home Solution 2.0” ที่เน้นตอบสนองเทรนด์การใช้สมาร์ทดีไวซ์ที่เพิ่มขึ้นในยุค Cloud Enabled Era ควบคู่กับการเพิ่มคู่ค้าและศูนย์บริการทุกจังหวัด ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 1,800 ล้านบาทและยอดจำหน่ายโตขึ้น 10%...นายมนต์ธีร์ วุฒิรงค์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจโอเพ่น แพลทฟอร์ม บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการรวมถึงรายได้จากกลุ่มธุรกิจเดสก์ท็อปพีซี ที่ได้นำมาทำตลาดในประเทศไทยเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2556 โดยเราสามารถสร้างการเติบโตด้วยส่วนแบ่งการตลาดรวมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดสก์ท็อปพีซีและออลอินวันพีซีอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของตลาดพีซีคอมเมอร์เชียล เนื่องจากมีปัจจัยด้านบวกที่ทำให้เราสามารถสร้างฐานตลาดลูกค้าองค์กรและหน่วยงานราชการต่างๆ มากมาย โดยสัดส่วนของธุรกิจเดสก์ท็อปพีซีระหว่างตลาดคอมเมอร์เชียลและคอนซูมเมอร์จาก 100 % ของเอซุสจะอยู่ที่ประมาณ 80 ต่อ 20%จากผลประกอบการในปี 2555 ที่ผ่านมา เอซุสยังคงมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมาเธอร์บอร์ดเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่สร้างรายได้สูงสุดกว่า 60% ตามมาด้วยวีจีเอการ์ด 25% และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดคืออุปกรณ์เครือข่ายแบบไร้สายที่ประมาณ 175% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของผู้บริโภคในตลาดที่หันมาให้ความสำคัญกับการเข้าถึงระบบเครือข่ายที่น่าเชื่อถือ รวมถึงนวัตกรรมอันล้ำหน้าด้านเน็ตเวิร์กกิ้งโซลูชั่นของเอซุสที่สามารถเข้ามาควบรวมการต่อเชื่อมของอุปกรณ์ต่างๆ จากศูนย์กลางเครือข่ายภายในบ้านหรือ Backbone device ซึ่งก็ คือ เราท์เตอร์ผ่านทางการควบคุมด้วยเดสก์ท็อปพีซี หรือสมาร์ทดีไวซ์ได้อย่างสะดวกสบายผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจี บ.เอซุสเทคฯ สำหรับในปี 2556 นี้ ทางกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีได้แบ่งหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ออกเป็น 7 กลุ่มหลักๆ ด้วยกัน ประกอบด้วย 1) กลุ่มสินค้ามาเธอร์บอร์ด 2) กลุ่มสินค้ามัลติมีเดีย 3) กลุ่มอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายและอุปกรณ์ต่อพ่วง 4) กลุ่มสินค้าประกอบสำเร็จรูป (เดสก์ท็อปพีซีและออลอินวัน) 5) กลุ่มจอภาพดิสเพลย์ 6) กลุ่มสินค้าออพติคอลไดร้ฟว์ และสตอเรจ (OMAP) 7) กลุ่มบอร์ดเวิร์กสเตชั่นและเซฟเวอร์ ซึ่งเป็นการจัดหมวดสินค้าภายใต้ความรับผิดชอบของกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีให้มีความสะดวก และเหมาะสมกับการบริหารจัดการด้านการตลาดยิ่งขึ้น โดยเราได้วางนโยบายการตลาดผ่านแนวคิดที่เรียกว่า ‘Home Solution 2.0’ โดยต่อยอดแนวคิดด้านการตลาดในปีที่ผ่านมาในส่วนของการเชื่อมต่อของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจของโอพีบีจี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่ม DIY ที่เอซุสเป็นเจ้าตลาดอยู่ ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นที่สุดแห่งเทคโนโลยี ในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งภายในบ้านและอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์แบบพกพา บนระบบ Cloud Service ในรูปแบบ Private Cloud หรือระบบคลาวด์ส่วนตัวของเอซุส ที่ช่วยเอื้อประโยชน์ให้ผู้บริโภคสามารถจัดการไฟล์คอนเทนต์ที่เก็บไว้ได้ด้วยตนเอง รวมถึงการแบ่งปันสู่บุคคลอื่นๆ ผ่านทางฟีเจอร์ ‘ASUS AiCloud’ ที่มีบนสมาร์ทดีไวซ์ชื่อดังต่างๆ โดยระบบนี้จะเปลี่ยนเราท์เตอร์ให้กลายเป็นศูนย์กลาง (Backbone) ของการใช้งานทางด้านอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายภายในบ้านและนอกบ้าน รวมถึงวงเครือข่ายอุปกรณ์พกพาที่ลงทะเบียนไว้ ผ่านการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ได้ในความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีบีบอัดขนาดของไฟล์และรับส่งข้อมูลใหม่ล่าสุด Wi-Fi 802.11ac นอกจากนี้ มาเธอร์บอร์ดจากเอซุสยังมีฟีเจอร์ ‘WiFi Go! และ Remote Go!’ที่สร้างการเข้าถึงคอนเทนต์ต่างๆ บนฮาร์ดดิสก์ของเครื่องพีซี ไม่ว่าจะเรียกดูจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก โดยฟีเจอร์ต่างๆ เหล่านี้ ช่วยสร้างระบบอันเป็นส่วนตัวและให้ความปลอดภัยสูงสุดอย่างไร้ขีดจำกัดที่ไม่ว่าสมาชิกคนไหนในบ้านก็สามารถเป็นผู้ดูแลระบบเองได้อย่างง่ายดาย ด้วยแนวคิดใหม่นี้ เอซุสได้ปฏิวัติความสามารถในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ในแบบเวอร์ชั่น 2.0 ได้อย่างแท้จริง เราจึงเชื่อว่าแนวคิดด้านการตลาดในแนวคิด “Home Solution 2.0” นี้ จะสามารถตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้ในทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ผู้ใช้งานระดับโปรเฟสชันนอล ผู้ใช้งานด้านเกมมิ่ง เอ็นด์ยูสเซอร์ทั่วไป รวมไปถึงผู้ใช้งานมัลติมีเดีย เพื่อความบันเทิงต่างๆ”นายมนต์ธีร์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลยุทธ์ด้านการตลาดของเรา ในปีนี้เราได้เพิ่มทีมงานที่เข้ามาดูแลในส่วนการตลาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเรามีกลุ่มสินค้าภายใต้ความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น และเรายังคงสานต่อการทำตลาดที่เน้นการสร้างประสบการณ์และความประทับใจจากลูกค้า ด้วยนวัตกรรมและดีไซน์ รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ไม่สร้างการแข่งขันด้านราคา แต่จะเน้นมูลค่าเพิ่มจากความแตกต่างและฟีเจอร์พิเศษให้กับผลิตภัณฑ์ สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายในปีนี้ ได้เพิ่มตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์มาเธอร์บอร์ดและมัลติมีเดีย คือ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SIS ซึ่งจะช่วยให้ช่องทางการจัดจำหน่ายของเรามีความครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น ผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจีฯ กล่าวถึงบริการหลังการขายว่า เอซุสยังได้เพิ่มจำนวนศูนย์ซ่อมผ่านทางพันธมิตรต่างๆ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการซ่อมให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการเปิดบริการงานซ่อมเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้สินค้าซีรีส์พรีเมี่ยมเกมมิ่งจากแบรนด์ ROG โดยเฉพาะ ด้วยบริการ “ROG Plus” ที่จะช่วยยกระดับการบริการให้เหล่าสมาชิกรู้สึกเป็นคนพิเศษ โดยมุ่งเน้นการสร้างความสะดวกรวดเร็วในการซ่อมแซม เพราะสินค้า ROG ผ่านช่องทางเฉพาะที่ไม่ต้องเข้าคิวรอร่วมกับสินค้าของเอซุสทั่วไป โดยบริการใหม่นี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคมของปีนี้ นายมนต์ธีร์ กล่าวถึงนวัตกรรมสินค้าที่เป็นไฮไลต์ในปี 2556ว่า จากที่สร้างความตื่นตาตื่นใจในงานมหกรรมแสดงสินค้าระดับโลก CES 2013 ที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยสินค้าจากเอซุสในส่วนของโอพีบีจีได้กวาดรางวัลยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรมและดีไซน์อย่างมากมาย อาทิ จอแสดงภาพ ‘ASUS Designo Series MX279H’ ขนาด 27 นิ้ว ที่มาพร้อมคุณภาพเสียงระหึ่มระดับสเตอริโอไฮไฟ B&O ICEPower จากความร่วมมือระหว่างทีมพัฒนาเทคโนโลยีระบบเสียงของเอซุสกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Bang & Olufsen ส่วนไลน์อัพสินค้าอันโดดเด่นที่พร้อมลงสู่ตลาดประเทศไทยในปี 2556 นี้ ประกอบด้วยสุดยอดกราฟฟิกการ์ดรุ่นลิมิทเต็ด เอดิชั่น ‘ROG ARES II’ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Dual AMD HD 7970 GHz Edition GPUs, เครื่องแปลงสัญญาณดิจิตอลอะนาล็อก ‘ASUS Xonar Essence One MUSES Edition’ และเซตหูฟังที่จะทำให้เสียงกระหึ่มเพื่อเพิ่มอรรถรส, คอมแพ็คมาเธอร์บอร์ดรุ่นจิ๋วแต่แจ๋ว ‘ASUS E2KM1I-DELUXE Mini-ITX’, ออลอินวันพีซี ‘ASUS Transformer AiO’ เครื่องแรกในโลกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 และจอถอดได้ขนาด 18.4 นิ้ว ใช้งานเป็นแท็บเล็ตระบบแอนดรอยด์ได้, เครื่องมีเดียสตรีมเมอร์ ‘ASUS Qube Google TV’ คุณภาพระดับไฮเดฟฟินิชั่น, จอแอลซีดีระดับโปรเฟสชันแนล “ASUS PA249Q ProArt” และ ‘VG248QE Fast Gaming monitor’ สำหรับคอเกมขาระห่ำ รวมถึงเราท์เตอร์ไร้สายแบบพกพาเครื่องเล็กที่สุดในโลก ‘ASUS WL-330NUL Pocket Router’ ที่ให้การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบออนเดอะโกที่สมบูรณ์แบบแก่ผู้ใช้งานที่เดินทางบ่อยๆ” ผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจีฯ กล่าวด้วยว่า ด้วยความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ รวมถึงเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในประเทศไทยในหมวดสินค้ามาเธอร์บอร์ด เราจะยังคงนำเสนอสุดยอดเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากลออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทางกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีหวังว่าในปี 2556 นี้ เราจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากผลิตภัณฑ์ในหมวดต่างๆ ได้มากขึ้น พร้อมสร้างการเติบโตของรายได้รวมภายในสิ้นปีประมาณ 10% และรั้งตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ มาเธอร์บอร์ดและวีจีเอการ์ดได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท.
เอซุส ประกาศรุกตลาดปี 2556 ของกลุ่มธุรกิจโอเพ่น แพลทฟอร์ม (โอพีบีจี) เผยไฮไลต์สินค้าใหม่ภายใต้แนวคิด “Home Solution 2.0” ที่เน้นตอบสนองเทรนด์การใช้สมาร์ทดีไวซ์ที่เพิ่มขึ้นในยุค Cloud Enabled Era ควบคู่กับการเพิ่มคู่ค้าและศูนย์บริการทุกจังหวัด ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 1,800 ล้านบาทและยอดจำหน่ายโตขึ้น 10%...นายมนต์ธีร์ วุฒิรงค์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจโอเพ่น แพลทฟอร์ม บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการรวมถึงรายได้จากกลุ่มธุรกิจเดสก์ท็อปพีซี ที่ได้นำมาทำตลาดในประเทศไทยเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2556 โดยเราสามารถสร้างการเติบโตด้วยส่วนแบ่งการตลาดรวมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดสก์ท็อปพีซีและออลอินวันพีซีอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของตลาดพีซีคอมเมอร์เชียล เนื่องจากมีปัจจัยด้านบวกที่ทำให้เราสามารถสร้างฐานตลาดลูกค้าองค์กรและหน่วยงานราชการต่างๆ มากมาย โดยสัดส่วนของธุรกิจเดสก์ท็อปพีซีระหว่างตลาดคอมเมอร์เชียลและคอนซูมเมอร์จาก 100 % ของเอซุสจะอยู่ที่ประมาณ 80 ต่อ 20%จากผลประกอบการในปี 2555 ที่ผ่านมา เอซุสยังคงมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมาเธอร์บอร์ดเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่สร้างรายได้สูงสุดกว่า 60% ตามมาด้วยวีจีเอการ์ด 25% และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดคืออุปกรณ์เครือข่ายแบบไร้สายที่ประมาณ 175% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของผู้บริโภคในตลาดที่หันมาให้ความสำคัญกับการเข้าถึงระบบเครือข่ายที่น่าเชื่อถือ รวมถึงนวัตกรรมอันล้ำหน้าด้านเน็ตเวิร์กกิ้งโซลูชั่นของเอซุสที่สามารถเข้ามาควบรวมการต่อเชื่อมของอุปกรณ์ต่างๆ จากศูนย์กลางเครือข่ายภายในบ้านหรือ Backbone device ซึ่งก็ คือ เราท์เตอร์ผ่านทางการควบคุมด้วยเดสก์ท็อปพีซี หรือสมาร์ทดีไวซ์ได้อย่างสะดวกสบายผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจี บ.เอซุสเทคฯ สำหรับในปี 2556 นี้ ทางกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีได้แบ่งหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ออกเป็น 7 กลุ่มหลักๆ ด้วยกัน ประกอบด้วย 1) กลุ่มสินค้ามาเธอร์บอร์ด 2) กลุ่มสินค้ามัลติมีเดีย 3) กลุ่มอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายและอุปกรณ์ต่อพ่วง 4) กลุ่มสินค้าประกอบสำเร็จรูป (เดสก์ท็อปพีซีและออลอินวัน) 5) กลุ่มจอภาพดิสเพลย์ 6) กลุ่มสินค้าออพติคอลไดร้ฟว์ และสตอเรจ (OMAP) 7) กลุ่มบอร์ดเวิร์กสเตชั่นและเซฟเวอร์ ซึ่งเป็นการจัดหมวดสินค้าภายใต้ความรับผิดชอบของกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีให้มีความสะดวก และเหมาะสมกับการบริหารจัดการด้านการตลาดยิ่งขึ้น โดยเราได้วางนโยบายการตลาดผ่านแนวคิดที่เรียกว่า ‘Home Solution 2.0’ โดยต่อยอดแนวคิดด้านการตลาดในปีที่ผ่านมาในส่วนของการเชื่อมต่อของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจของโอพีบีจี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่ม DIY ที่เอซุสเป็นเจ้าตลาดอยู่ ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นที่สุดแห่งเทคโนโลยี ในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งภายในบ้านและอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์แบบพกพา บนระบบ Cloud Service ในรูปแบบ Private Cloud หรือระบบคลาวด์ส่วนตัวของเอซุส ที่ช่วยเอื้อประโยชน์ให้ผู้บริโภคสามารถจัดการไฟล์คอนเทนต์ที่เก็บไว้ได้ด้วยตนเอง รวมถึงการแบ่งปันสู่บุคคลอื่นๆ ผ่านทางฟีเจอร์ ‘ASUS AiCloud’ ที่มีบนสมาร์ทดีไวซ์ชื่อดังต่างๆ โดยระบบนี้จะเปลี่ยนเราท์เตอร์ให้กลายเป็นศูนย์กลาง (Backbone) ของการใช้งานทางด้านอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายภายในบ้านและนอกบ้าน รวมถึงวงเครือข่ายอุปกรณ์พกพาที่ลงทะเบียนไว้ ผ่านการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ได้ในความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีบีบอัดขนาดของไฟล์และรับส่งข้อมูลใหม่ล่าสุด Wi-Fi 802.11ac นอกจากนี้ มาเธอร์บอร์ดจากเอซุสยังมีฟีเจอร์ ‘WiFi Go! และ Remote Go!’ที่สร้างการเข้าถึงคอนเทนต์ต่างๆ บนฮาร์ดดิสก์ของเครื่องพีซี ไม่ว่าจะเรียกดูจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก โดยฟีเจอร์ต่างๆ เหล่านี้ ช่วยสร้างระบบอันเป็นส่วนตัวและให้ความปลอดภัยสูงสุดอย่างไร้ขีดจำกัดที่ไม่ว่าสมาชิกคนไหนในบ้านก็สามารถเป็นผู้ดูแลระบบเองได้อย่างง่ายดาย ด้วยแนวคิดใหม่นี้ เอซุสได้ปฏิวัติความสามารถในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ในแบบเวอร์ชั่น 2.0 ได้อย่างแท้จริง เราจึงเชื่อว่าแนวคิดด้านการตลาดในแนวคิด “Home Solution 2.0” นี้ จะสามารถตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้ในทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ผู้ใช้งานระดับโปรเฟสชันนอล ผู้ใช้งานด้านเกมมิ่ง เอ็นด์ยูสเซอร์ทั่วไป รวมไปถึงผู้ใช้งานมัลติมีเดีย เพื่อความบันเทิงต่างๆ”นายมนต์ธีร์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลยุทธ์ด้านการตลาดของเรา ในปีนี้เราได้เพิ่มทีมงานที่เข้ามาดูแลในส่วนการตลาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเรามีกลุ่มสินค้าภายใต้ความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น และเรายังคงสานต่อการทำตลาดที่เน้นการสร้างประสบการณ์และความประทับใจจากลูกค้า ด้วยนวัตกรรมและดีไซน์ รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ไม่สร้างการแข่งขันด้านราคา แต่จะเน้นมูลค่าเพิ่มจากความแตกต่างและฟีเจอร์พิเศษให้กับผลิตภัณฑ์ สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายในปีนี้ ได้เพิ่มตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์มาเธอร์บอร์ดและมัลติมีเดีย คือ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SIS ซึ่งจะช่วยให้ช่องทางการจัดจำหน่ายของเรามีความครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น ผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจีฯ กล่าวถึงบริการหลังการขายว่า เอซุสยังได้เพิ่มจำนวนศูนย์ซ่อมผ่านทางพันธมิตรต่างๆ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการซ่อมให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการเปิดบริการงานซ่อมเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้สินค้าซีรีส์พรีเมี่ยมเกมมิ่งจากแบรนด์ ROG โดยเฉพาะ ด้วยบริการ “ROG Plus” ที่จะช่วยยกระดับการบริการให้เหล่าสมาชิกรู้สึกเป็นคนพิเศษ โดยมุ่งเน้นการสร้างความสะดวกรวดเร็วในการซ่อมแซม เพราะสินค้า ROG ผ่านช่องทางเฉพาะที่ไม่ต้องเข้าคิวรอร่วมกับสินค้าของเอซุสทั่วไป โดยบริการใหม่นี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคมของปีนี้ นายมนต์ธีร์ กล่าวถึงนวัตกรรมสินค้าที่เป็นไฮไลต์ในปี 2556ว่า จากที่สร้างความตื่นตาตื่นใจในงานมหกรรมแสดงสินค้าระดับโลก CES 2013 ที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยสินค้าจากเอซุสในส่วนของโอพีบีจีได้กวาดรางวัลยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรมและดีไซน์อย่างมากมาย อาทิ จอแสดงภาพ ‘ASUS Designo Series MX279H’ ขนาด 27 นิ้ว ที่มาพร้อมคุณภาพเสียงระหึ่มระดับสเตอริโอไฮไฟ B&O ICEPower จากความร่วมมือระหว่างทีมพัฒนาเทคโนโลยีระบบเสียงของเอซุสกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Bang & Olufsen ส่วนไลน์อัพสินค้าอันโดดเด่นที่พร้อมลงสู่ตลาดประเทศไทยในปี 2556 นี้ ประกอบด้วยสุดยอดกราฟฟิกการ์ดรุ่นลิมิทเต็ด เอดิชั่น ‘ROG ARES II’ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Dual AMD HD 7970 GHz Edition GPUs, เครื่องแปลงสัญญาณดิจิตอลอะนาล็อก ‘ASUS Xonar Essence One MUSES Edition’ และเซตหูฟังที่จะทำให้เสียงกระหึ่มเพื่อเพิ่มอรรถรส, คอมแพ็คมาเธอร์บอร์ดรุ่นจิ๋วแต่แจ๋ว ‘ASUS E2KM1I-DELUXE Mini-ITX’, ออลอินวันพีซี ‘ASUS Transformer AiO’ เครื่องแรกในโลกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 และจอถอดได้ขนาด 18.4 นิ้ว ใช้งานเป็นแท็บเล็ตระบบแอนดรอยด์ได้, เครื่องมีเดียสตรีมเมอร์ ‘ASUS Qube Google TV’ คุณภาพระดับไฮเดฟฟินิชั่น, จอแอลซีดีระดับโปรเฟสชันแนล “ASUS PA249Q ProArt” และ ‘VG248QE Fast Gaming monitor’ สำหรับคอเกมขาระห่ำ รวมถึงเราท์เตอร์ไร้สายแบบพกพาเครื่องเล็กที่สุดในโลก ‘ASUS WL-330NUL Pocket Router’ ที่ให้การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบออนเดอะโกที่สมบูรณ์แบบแก่ผู้ใช้งานที่เดินทางบ่อยๆ” ผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจีฯ กล่าวด้วยว่า ด้วยความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ รวมถึงเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในประเทศไทยในหมวดสินค้ามาเธอร์บอร์ด เราจะยังคงนำเสนอสุดยอดเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากลออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทางกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีหวังว่าในปี 2556 นี้ เราจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากผลิตภัณฑ์ในหมวดต่างๆ ได้มากขึ้น พร้อมสร้างการเติบโตของรายได้รวมภายในสิ้นปีประมาณ 10% และรั้งตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ มาเธอร์บอร์ดและวีจีเอการ์ดได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท.
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
Blog Archive
-
▼
2013
(246)
-
▼
February
(75)
- คอมมาร์ตต้นปี ชูธีมไอทีมหาสนุก แท็บเล็ตเตรียมพาเหร...
- ‘เวิลด์ ออฟ วอร์เพลน’ เปิดทดสอบ ‘โคลส เบต้า’ แล้ว
- Counter Strike ONLINE ท้าเซียนมีดประลองศึก Knife B...
- ดีแทคเฟ้นนักพัฒนาแอพฯ หัวกะทิ กรุยทางสู่ซิลิกอนแวล...
- อินเทล เชื่อคอนเวอร์ทิเบิลจะเปรี้ยง ปลุกตลาดอัลตร้...
- กสทช.เร่งสางปมไอพีสตาร์-ตั้งทีมตรวจข้อกฎหมาย
- ทรูดิจิตอลพลัส เปิดเวทีอีสปอร์ตแข่ง 2 เกมดังชูเงิน...
- เอไอเอส ร่วมรายงานผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ด้วยเทค...
- กสทช. แย้มทีวีดิจิตอล ยึดรูปแบบประมูล3จี
- โนเกียเฟ้นนักพัฒนาเลือดใหม่ ผุดเวทีประกวดแอพฯ วินโ...
- กสทช.สั่งค่ายมือถือร่วมฟันมือบอนโทรป่วนแพทย์ฉุกเฉิน
- โลกาภิวัตน์ 26/02/56
- บาบาน่า ไอที ปรับลุคใหม่ ชูแนวคิด สนุกกับ IT สนุกก...
- วท.ทุ่ม3พันล้าน ตั้งศูนย์เกษตรชั้นสูงจ.แพร่–ท่องเท...
- เอชพีเผยโฉมโมเดลใหม่ PartnerOne เอื้อธุรกิจพันธมิต...
- เกมสูตรคูณ ซิวแชมป์เวทีพัฒนาแอพฯ แอลจีสมาร์ททีวี
- ซีเกทร่วมหนุนเด็กไทย จัดแข่งขันหุ่นยนต์บินใน ภารกิ...
- บาบาน่า ไอที ปรับลุคใหม่ ชูแนวคิด สนุกกับ IT สนุกก...
- เผยเทคโนโลยีส่วนบุคคล เสริมความพึงพอใจ-ประสิทธิภาพ...
- ไอดีซีชี้ 4 ปัจจัยหลักขับเคลื่อนไอซีทีไทยปี 2556
- เอซุส โอพีบีจี ชูแนวคิด Home Solution 2.0 ลุยตลาดไ...
- การบินไทย เจิมเครื่องแอร์บัส A330-330และ โบอิ้ง 77...
- โลกาภิวัตน์ 22/02/56
- กสทช. เล็งเซ็ต Set-top-Box เพื่อผู้พิการ-ผู้สูงอายุ
- เวิลด์ ออฟ แท็งค์ ประเดิมลงอีสปอร์ตระดับโลกใน วอร์...
- 3BB จับมือ PlayPark ขยายลูกค้าเกมออนไลน์
- โลกาภิวัตน์ 21/02/56
- แอลจีจัดกิจกรรมอุ่นเครื่องก่อนเปิดตัว LG Optimus G
- AMD บันเดิลเกมฮิตคู่การ์ดจอ ซีรีส์ HD 7900 และ HD ...
- โลกาภิวัตน์ 20/02/56
- ดีแทค ยันความพร้อมเครือข่าย การันตีคุณภาพโทร-เน็ตม...
- ทูนทอล์ค ผุดซิม3จีพรีเพด หวังขยายฐานลูกค้าในไทย
- อนุดิษฐ์ ยันไม่มีกลั่นแกล้ง ทีโอทีเน็ตล่ม
- ไทยรัฐ แจกจริง เวสป้า รางวัลคอข่าวเอสเอ็มเอส
- ไอทีซิตี้ผุดงานแรกต้นปี 56 ชูแนวคิดเล่นสนุก เรียนร...
- วท.ตั้งเป้า3ปี ดันไทยศูนย์กลางอุตฯ พลาสติกชีวภาพใน...
- แอพฯญี่ปุ่นเจ๋ง!เปลี่ยนข่าวเด็กอ่านง่ายๆ
- 30ปีธุรกิจเพาะต้นกล้าข้าวตำรับไต้หวัน
- ห้าม!นำเฟอร์บี้ขึ้นเครื่องบิน
- ทรูประเดิมขายไอแพด4128GB พร้อมโปรเด็ดส่งท้ายโมบายเ...
- เอเซอร์เปิดตัว ICONIA | B1 แท็บเล็ตการศึกษาราคาเบาๆ
- กสทช.ยึด ม.37 เข้ม! คุ้มครองผู้บริโภคยุคทีวีดิจิตอล
- iSnapเสกชีวิตปฏิวัติหนังสือพิมพ์
- น้ำอิงกระเป๋าเสื่อกกงานมือวินเทจ
- หนักเอาเบาสู้ : ปลูกยาสูบเลี้ยงชีวิต
- ขู่ไม่ให้เลขหมายใหม่ ค่ายมือถือฝ่าฝืนกฎ พรีเพด-99สต.
- เผยรายได้ USO เกินเป้า เล็งปรับค่าธรรมเนียมลง
- ฟรอสต์ฯ ชี้สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด อาจจะไม่ได้ขายดีที...
- 2รีสอร์ตหรูภูเก็ต ติดอันดับท็อปเท็น โรงแรมสุดโรแมน...
- พันทิปดอทคอม เปิดตัวโฉมใหม่ ย้ำเป็นเว็บไทยพันธุ์แท...
- ดีแทคส่งสมาร์ทโฟนราคาเบาจับตลาดเติมเงินหนุนลูกค้าใ...
- ดันอาราบิก้าเทียบชั้นบลูเมาท์เทน
- 2นกiSnapนักการเมืองดาราชมเจ๋ง
- เกษตรฯประกาศเขตโซนนิ่งพืช6ชนิด
- กูรูชี้ธุรกิจออนไลน์ความจงรักภักดีของลูกค้าเป็นสิ่...
- ลูกหลานจัดเต็ม ตรุษจีนปี56 แห่ซื้อกงเต๊กไอที
- UIH ขยายบริการโครงข่ายสู่อินโดไชน่ารับ AEC
- ดีแทคเปิดโหลดฟรีสติกเกอร์ LINE คอลเลกชั่น feel goood
- บินไทยดึงบีเอ็มซีฯยกระดับระบบคลาวด์องค์กร
- อีริคสัน-ควอลคอมม์ พัฒนาชิปเซ็ตสมาร์ทโฟน ประหยัดพล...
- เสริมแกร่ง3รัฐวิสาหกิจรับเออีซี
- EUรับจดทะเบียนจีไอหอมมะลิไทย
- สวทช.ขอ6เดือนยกระดับเมล็ดพันธุ์ไทย
- 3BB จับมือเอเชียซอฟท์รุกตลาดเกมออนไลน์ แจกไอเทมเด็...
- เวิลด์ ออฟ แท็งค์ บุกงาน ไทเป เกมโชว์ 2013
- ไอซีที จับมือ ทรู เปิดบริการไอซีทีฟรีไวไฟ คาดสิ้นป...
- ไอซีทีชู ซิป้า-สรอ.-สพธอ. เตรียมพร้อมรับเออีซี
- 3BB จับมือเอเชียซอฟท์รุกตลาดเกมออนไลน์ แจกไอเทมเด็...
- เวิลด์ ออฟ แท็งค์ บุกงาน ไทเป เกมโชว์ 2013
- คันทรงรากใบเป็นยา
- ไก่เคยูเบตงเมนูแนะนำต้มอบ
- สู้ชีวิต!ฝ่าวิกฤติขายกล้วยฉาบ
- ZWSOFT เปิดตัวซอฟต์แวร์ออกแบบใหม่ ZW3D 2013 Beta
- จับตาอนาคต แบล็คเบอร์รี่ ก้าวย่างสู่ยุคใหม่
- โลกาภิวัตน์ 01/02/56
-
▼
February
(75)
No comments:
Post a Comment