อธิการบดี ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์ แนะ กสทช.ศึกษาวิจัยผู้บริโภคก่อนว่า ต้องการอะไรเป็นหลัก ก่อนออกใบอนุญาตทีวีสาธารณะ ขณะที่ผู้แทน SEAPA ชี้จับตาบทบาท กสทช.เรื่ององค์กรกำกับดูแลสื่อ... เมื่อวันที่ 22 เม.ย. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จัดสัมมนา เรื่อง จรรยาบรรณในมุมมองของสื่อและองค์กรกำกับดูแลในต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 22-23 เม.ย.2556นายคริส บานาทวาลา ผู้แทนจาก Ofcom ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า รูปแบบการกำกับดูแลของประเทศอังกฤษมี 3 แบบ ประกอบด้วย 1.การกำกับดูแลตนเอง หมายถึง อุตสาหกรรมจะเป็นผู้ออกแบบเอง ไม่มีการบังคับ ส่วนจรรยาบรรณในส่วนนี้ องค์กรวิชาชีพเป็นผู้ออกกฎและปฏิบัติร่วมกัน 2.การกำกับดูแลร่วม หมายถึง การผสมรวมระหว่างอุตสาหกรรมและกฎหมาย บางครั้งดูแลกันเอง แต่ท้ายสุดจะมีอำนาจตามกฎหมาย 3.การกำกับดูแลตามกฎหมาย หมายถึงต้องมีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องกฎหมายต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนสำหรับ ข้อดี-ข้อเสีย ของการกำกับดูแลทั้ง 3 ประเภท คือ 1.การกำกับดูแลตนเอง คือ ได้รับความร่วมมือ มีความยืดหยุ่น สามารถทำงานได้เอง และเป็นอิสระ ส่วนข้อเสีย คือ ไม่มีหลักประกันว่าอุตสาหกรรมจะปฏิบัติตาม และมีอำนาจค่อนข้างจำกัด อีกทั้งไม่มีหน่วยงานภายนอกเข้ามาร่วม รวมทั้งอาจเสี่ยงถ้าไม่มีสมาชิกเข้าร่วมจะดำเนินการได้ยากมาก2. การกำกับดูแลร่วม แม้ว่าจะมีการผสมผสานแต่มีต้นทุนแพงกว่า และบางครั้งมีความสับสนด้วยว่าใครจะรับผิดชอบตรงส่วนไหน และถ้าหากมีข้อตกลงอาจจะหาข้อตกลงไม่ได้ เพราะมีข้อตกลง และความคิดเห็นหลากหลาย และ 3.การกำกับดูแลตามกฎหมาย มีอำนาจรัฐรองรับอยู่เป็นอิสระเชื่อถือได้ และคิดถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก แต่บางครั้งอาจไม่มีความยืดหยุ่นนางสาวกายาทรี เวนกิเทสวรัญ ผู้แทนจาก The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) กล่าวว่า ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรอยู่ประมาณ 600 ล้านคน ทำให้ภูมิทัศน์สื่อมีความหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่การควบคุมของสื่อจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ส่วนสิ่งที่ท้าทายคือ การมีกฎหมายตัวอื่นเข้ามามีบทบาทกับการกำกับดูแล อาทิ กฎหมายความมั่นคง กฎหมายการลบหลู่ศาสนา และกฎหมายต่างๆ ผู้แทนจาก SEAPA กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ คือการกำกับดูแลที่อุตสาหกรรมพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังไม่เห็นความสำคัญของประชาชนตามที่เป็นหัวใจหลัก ซึ่งน่าจับตาดูว่าประเทศไทยจะมีวิธีการจัดการอย่างไร และบทบาท กสทช. จะเดินหน้าต่อไปอย่างไรนางสาวพิรงรอง รามสูต ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การตีความสิทธิ์ในการถือครองใบอนุญาต กสทช. ต้องระบุออกมาให้ชัดเจน และต้องมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ โดยกำหนดนิยามตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการปฏิบัติ เพราะคำว่าใบอนุญาต มีความหมายเท่ากับ สิทธิ์ในการออกอากาศนายเรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การออกใบอนุญาตทีวีสาธารณะของ กสทช. ที่จะเกิดขึ้นต้องถามผู้บริโภค หรือประชาชนก่อนว่า ต้องการอะไร โดยตั้งคณะกรรมการศึกษาวิจัย ก่อนที่จะให้ใบอนุญาตกับผู้ประกอบการแต่ละรายอย่างละเอียด เพราะหากจัดการเอง อาจจะดีแต่ยังไม่สมบูรณ์ถ้า กสทช. สามารถรับฟังความคิดเห็น ศึกษาวิจัยผลประโยชน์ว่า ประชาชนควรได้อะไรบ้าง เช่น สุขภาพ การศึกษา การเมือง การจัดสรรควรเป็นสัดส่วนเท่าไร ผลประโยชน์อยู่ที่ประชาชน กสทช. ก็ไม่ต้องกังวลอะไร.
Monday, April 22, 2013
แนะกสทช.ทำวิจัยผู้บริโภคก่อนออกใบอนุญาตทีวีสาธารณะ
แนะกสทช.ทำวิจัยผู้บริโภคก่อนออกใบอนุญาตทีวีสาธารณะ
อธิการบดี ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์ แนะ กสทช.ศึกษาวิจัยผู้บริโภคก่อนว่า ต้องการอะไรเป็นหลัก ก่อนออกใบอนุญาตทีวีสาธารณะ ขณะที่ผู้แทน SEAPA ชี้จับตาบทบาท กสทช.เรื่ององค์กรกำกับดูแลสื่อ... เมื่อวันที่ 22 เม.ย. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จัดสัมมนา เรื่อง จรรยาบรรณในมุมมองของสื่อและองค์กรกำกับดูแลในต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 22-23 เม.ย.2556นายคริส บานาทวาลา ผู้แทนจาก Ofcom ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า รูปแบบการกำกับดูแลของประเทศอังกฤษมี 3 แบบ ประกอบด้วย 1.การกำกับดูแลตนเอง หมายถึง อุตสาหกรรมจะเป็นผู้ออกแบบเอง ไม่มีการบังคับ ส่วนจรรยาบรรณในส่วนนี้ องค์กรวิชาชีพเป็นผู้ออกกฎและปฏิบัติร่วมกัน 2.การกำกับดูแลร่วม หมายถึง การผสมรวมระหว่างอุตสาหกรรมและกฎหมาย บางครั้งดูแลกันเอง แต่ท้ายสุดจะมีอำนาจตามกฎหมาย 3.การกำกับดูแลตามกฎหมาย หมายถึงต้องมีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องกฎหมายต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนสำหรับ ข้อดี-ข้อเสีย ของการกำกับดูแลทั้ง 3 ประเภท คือ 1.การกำกับดูแลตนเอง คือ ได้รับความร่วมมือ มีความยืดหยุ่น สามารถทำงานได้เอง และเป็นอิสระ ส่วนข้อเสีย คือ ไม่มีหลักประกันว่าอุตสาหกรรมจะปฏิบัติตาม และมีอำนาจค่อนข้างจำกัด อีกทั้งไม่มีหน่วยงานภายนอกเข้ามาร่วม รวมทั้งอาจเสี่ยงถ้าไม่มีสมาชิกเข้าร่วมจะดำเนินการได้ยากมาก2. การกำกับดูแลร่วม แม้ว่าจะมีการผสมผสานแต่มีต้นทุนแพงกว่า และบางครั้งมีความสับสนด้วยว่าใครจะรับผิดชอบตรงส่วนไหน และถ้าหากมีข้อตกลงอาจจะหาข้อตกลงไม่ได้ เพราะมีข้อตกลง และความคิดเห็นหลากหลาย และ 3.การกำกับดูแลตามกฎหมาย มีอำนาจรัฐรองรับอยู่เป็นอิสระเชื่อถือได้ และคิดถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก แต่บางครั้งอาจไม่มีความยืดหยุ่นนางสาวกายาทรี เวนกิเทสวรัญ ผู้แทนจาก The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) กล่าวว่า ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรอยู่ประมาณ 600 ล้านคน ทำให้ภูมิทัศน์สื่อมีความหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่การควบคุมของสื่อจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ส่วนสิ่งที่ท้าทายคือ การมีกฎหมายตัวอื่นเข้ามามีบทบาทกับการกำกับดูแล อาทิ กฎหมายความมั่นคง กฎหมายการลบหลู่ศาสนา และกฎหมายต่างๆ ผู้แทนจาก SEAPA กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ คือการกำกับดูแลที่อุตสาหกรรมพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังไม่เห็นความสำคัญของประชาชนตามที่เป็นหัวใจหลัก ซึ่งน่าจับตาดูว่าประเทศไทยจะมีวิธีการจัดการอย่างไร และบทบาท กสทช. จะเดินหน้าต่อไปอย่างไรนางสาวพิรงรอง รามสูต ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การตีความสิทธิ์ในการถือครองใบอนุญาต กสทช. ต้องระบุออกมาให้ชัดเจน และต้องมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ โดยกำหนดนิยามตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการปฏิบัติ เพราะคำว่าใบอนุญาต มีความหมายเท่ากับ สิทธิ์ในการออกอากาศนายเรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การออกใบอนุญาตทีวีสาธารณะของ กสทช. ที่จะเกิดขึ้นต้องถามผู้บริโภค หรือประชาชนก่อนว่า ต้องการอะไร โดยตั้งคณะกรรมการศึกษาวิจัย ก่อนที่จะให้ใบอนุญาตกับผู้ประกอบการแต่ละรายอย่างละเอียด เพราะหากจัดการเอง อาจจะดีแต่ยังไม่สมบูรณ์ถ้า กสทช. สามารถรับฟังความคิดเห็น ศึกษาวิจัยผลประโยชน์ว่า ประชาชนควรได้อะไรบ้าง เช่น สุขภาพ การศึกษา การเมือง การจัดสรรควรเป็นสัดส่วนเท่าไร ผลประโยชน์อยู่ที่ประชาชน กสทช. ก็ไม่ต้องกังวลอะไร.
อธิการบดี ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์ แนะ กสทช.ศึกษาวิจัยผู้บริโภคก่อนว่า ต้องการอะไรเป็นหลัก ก่อนออกใบอนุญาตทีวีสาธารณะ ขณะที่ผู้แทน SEAPA ชี้จับตาบทบาท กสทช.เรื่ององค์กรกำกับดูแลสื่อ... เมื่อวันที่ 22 เม.ย. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จัดสัมมนา เรื่อง จรรยาบรรณในมุมมองของสื่อและองค์กรกำกับดูแลในต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 22-23 เม.ย.2556นายคริส บานาทวาลา ผู้แทนจาก Ofcom ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า รูปแบบการกำกับดูแลของประเทศอังกฤษมี 3 แบบ ประกอบด้วย 1.การกำกับดูแลตนเอง หมายถึง อุตสาหกรรมจะเป็นผู้ออกแบบเอง ไม่มีการบังคับ ส่วนจรรยาบรรณในส่วนนี้ องค์กรวิชาชีพเป็นผู้ออกกฎและปฏิบัติร่วมกัน 2.การกำกับดูแลร่วม หมายถึง การผสมรวมระหว่างอุตสาหกรรมและกฎหมาย บางครั้งดูแลกันเอง แต่ท้ายสุดจะมีอำนาจตามกฎหมาย 3.การกำกับดูแลตามกฎหมาย หมายถึงต้องมีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องกฎหมายต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนสำหรับ ข้อดี-ข้อเสีย ของการกำกับดูแลทั้ง 3 ประเภท คือ 1.การกำกับดูแลตนเอง คือ ได้รับความร่วมมือ มีความยืดหยุ่น สามารถทำงานได้เอง และเป็นอิสระ ส่วนข้อเสีย คือ ไม่มีหลักประกันว่าอุตสาหกรรมจะปฏิบัติตาม และมีอำนาจค่อนข้างจำกัด อีกทั้งไม่มีหน่วยงานภายนอกเข้ามาร่วม รวมทั้งอาจเสี่ยงถ้าไม่มีสมาชิกเข้าร่วมจะดำเนินการได้ยากมาก2. การกำกับดูแลร่วม แม้ว่าจะมีการผสมผสานแต่มีต้นทุนแพงกว่า และบางครั้งมีความสับสนด้วยว่าใครจะรับผิดชอบตรงส่วนไหน และถ้าหากมีข้อตกลงอาจจะหาข้อตกลงไม่ได้ เพราะมีข้อตกลง และความคิดเห็นหลากหลาย และ 3.การกำกับดูแลตามกฎหมาย มีอำนาจรัฐรองรับอยู่เป็นอิสระเชื่อถือได้ และคิดถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก แต่บางครั้งอาจไม่มีความยืดหยุ่นนางสาวกายาทรี เวนกิเทสวรัญ ผู้แทนจาก The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) กล่าวว่า ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรอยู่ประมาณ 600 ล้านคน ทำให้ภูมิทัศน์สื่อมีความหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่การควบคุมของสื่อจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ส่วนสิ่งที่ท้าทายคือ การมีกฎหมายตัวอื่นเข้ามามีบทบาทกับการกำกับดูแล อาทิ กฎหมายความมั่นคง กฎหมายการลบหลู่ศาสนา และกฎหมายต่างๆ ผู้แทนจาก SEAPA กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ คือการกำกับดูแลที่อุตสาหกรรมพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังไม่เห็นความสำคัญของประชาชนตามที่เป็นหัวใจหลัก ซึ่งน่าจับตาดูว่าประเทศไทยจะมีวิธีการจัดการอย่างไร และบทบาท กสทช. จะเดินหน้าต่อไปอย่างไรนางสาวพิรงรอง รามสูต ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การตีความสิทธิ์ในการถือครองใบอนุญาต กสทช. ต้องระบุออกมาให้ชัดเจน และต้องมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ โดยกำหนดนิยามตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการปฏิบัติ เพราะคำว่าใบอนุญาต มีความหมายเท่ากับ สิทธิ์ในการออกอากาศนายเรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การออกใบอนุญาตทีวีสาธารณะของ กสทช. ที่จะเกิดขึ้นต้องถามผู้บริโภค หรือประชาชนก่อนว่า ต้องการอะไร โดยตั้งคณะกรรมการศึกษาวิจัย ก่อนที่จะให้ใบอนุญาตกับผู้ประกอบการแต่ละรายอย่างละเอียด เพราะหากจัดการเอง อาจจะดีแต่ยังไม่สมบูรณ์ถ้า กสทช. สามารถรับฟังความคิดเห็น ศึกษาวิจัยผลประโยชน์ว่า ประชาชนควรได้อะไรบ้าง เช่น สุขภาพ การศึกษา การเมือง การจัดสรรควรเป็นสัดส่วนเท่าไร ผลประโยชน์อยู่ที่ประชาชน กสทช. ก็ไม่ต้องกังวลอะไร.
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
Blog Archive
-
▼
2013
(246)
-
▼
April
(57)
- คัดเลือกซุปเปอร์บอร์ด กสทช.วุ่น! พันธ์ศักดิ์ยื่นฟ้...
- ปิดตำนาน CAT CDMA หลังเที่ยงคืนวันนี้!
- เอชพีออกพอร์ทโฟลิโอเทป ชูเทคโนโลยีใหม่ใช้ต้นทุนต่ำ
- ฟันธง! นิยามสื่อบริการสาธารณะไทย ไม่ตรงกับคำนิยามสากล
- แบล็กเบอร์รี่หงอย เปิดตัว Z10 ไม่คึกคัก
- สั่ง3ค่าย เคลียร์7ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม ก่อนเปิด3จี
- แคนนอนขึ้นแชมป์กล้องDSLRทั่วโลก10ปีซ้อน
- กสทช.สัมมนาเปิดมุมมอง จรรยาบรรณสื่อ-องค์กรกำกับ
- เอไอเอสยก3จีลงช็อป เสิร์ฟคลื่น 2.1GHzให้ลูกค้าลองใช้
- แนะกสทช.ทำวิจัยผู้บริโภคก่อนออกใบอนุญาตทีวีสาธารณะ
- อาร์คอสเผยโฉม ทีวีคอนเน็กต์ มิติใหม่ความบันเทิงในบ้าน
- ซุปเปอร์บอร์ด กสทช. เริ่มทำงาน 22 เม.ย.
- มีเดียมอนิเตอร์ เสนอช่อง11 ปรับเนื้อหาเน้นสาธารณปร...
- เปิดแผนปฏิบัติการ รับมือภัยพิบัติ-เหตุฉุกเฉิน
- โลกาภิวัตน์ 15/04/56
- Google ขึ้นภาพ Doodles ร่วมฉลองสงกรานต์ไทย
- เผยโฉม แอพฯ มิวสิคโหลดได้ผ่านแอนดรอยด์
- มีเดียมอนิเตอร์ เสนอช่อง11 ปรับเนื้อหาเน้นสาธารณปร...
- สพฉ.แนะวิธีเดินทางปลอดภัย ช่วงสงกรานต์
- Google ขึ้นภาพ Doodles ร่วมฉลองสงกรานต์ไทย
- เผยโฉม แอพฯ มิวสิคโหลดได้ผ่านแอนดรอยด์
- จับตาศึกไลเซ่นส์โทรคมฯพม่า เอไอเอสถอนตัว เทเลนอร์-...
- 3 ค่ายมือถือพร้อมรับสงกรานต์ ผุดงานใหญ่แหล่งท่องเท...
- โลกาภิวัตน์ 12/04/56
- ฮิตาชิฯ ตั้งแม่ทัพใหม่ หวังรุกตลาดโซลูชั่นข้อมูลในไทย
- ชงสัญญา 3จี 3ค่าย เข้าบอร์ด กทค. 18เม.ย.นี้
- จับตาศึกไลเซ่นส์โทรคมฯพม่า เอไอเอสถอนตัว เทเลนอร์-...
- LINE ฉลองผู้ใช้ไทยถึง15ล้าน ดึงนิชคุณโปรโมต LINE PLAY
- เอไอเอสติดเครื่องรอ 4จี จ่อประมูลคลื่น1800MHzให้บร...
- เอชทีซี แนะการถ่ายรูปสวยๆช่วงเที่ยวสงกรานต์
- เนคเทค เปิดตัวแอพฯ S-Sense ติดตามความรู้สึกบนโซเชียล
- ส.ว.ได้ฤกษ์ทำคลอด5 ซุปเปอร์บอร์ดกสทช.
- ลูกค้าเอไอเอสเฮ! 3จีพร้อมใช้18จังหวัด ให้สิทธิ์2แส...
- อีเอ็มซี ปรับทัพฝ่ายขาย-บริการ หนุนธุรกิจเอเชียตะว...
- เปิดตัว ทอฝัน2.0 ภาคต่อโซเชียลมีเดียบล็อกเลือดไทย
- โซเชียลจุดกระแส พี่มากพระโขนง บอกปากต่อปาก รายได้เ...
- เร่งพัฒนาการให้บริการไอซีที ผู้พิการ
- หนุนแก้ พ.ร.บ.คอมพ์ แต่ห่วงปัญหาบังคับใช้ เหตุเน้น...
- ปตท.สผ.เลือก กสท ให้บริการโครงข่ายเคเบิลใยแก้วใต้น...
- คาด3ปีได้ใช้ พ.ร.บ.คอมพ์ ฉบับใหม่
- เร่งพัฒนาการให้บริการไอซีที ผู้พิการ
- หนุนแก้ พ.ร.บ.คอมพ์ แต่ห่วงปัญหาบังคับใช้ เหตุเน้น...
- โลกาภิวัตน์ 05/04/56
- มจธ.ซิวแชมป์ อิมเมจินคัพ พัฒนาแอพฯต้นทุนต่ำในงานรั...
- เทรนด์ไมโคร เตือนโจรไซเบอร์รุกรานระบบไอทีของธนาคาร...
- กสทช.ชี้โทษ! ส่งSMSหลอก ผิดอาญาคุก5ปี
- สถานีฐาน3จีพร้อมแล้ว5,000แห่ง ดีแทคหวังลูกค้า10ล้า...
- เอไอเอส ใช้อุปกรณ์โนเกียซีเมนส์ฯ ทำโครงข่าย3จี
- บ.ไอทีไทยตบเท้ารับรางวัล 2013 Frost & Sullivan Tha...
- ซัมซุงเผยโฉมสมาร์ททีวีใหม่-ยูเอชดีจอ85นิ้ว ปักธงเจ...
- บี้3ค่าย ย้ายมือถือเบอร์เดิม ต้อง4หมื่นเลขหมาย/วัน
- เสนอ3เงื่อนไข ช่อง 5,11 ออกอากาศระบบดิจิตอล
- เปิดตัวเลขาสุขภาพ เชื่อมโยงหมอ-คนไข้ผ่านแอพพลิเคชั่น
- แบล็คเบอร์รี่ส่ง Z10 เขย่าตลาดสมาร์ทโฟนไฮเอนด์
- โลกาภิวัตน์ 01/04/56
- กูเกิลอำ! เปิดตัว Google Nose รับวันเมษาหน้าโง่
- บอร์ดทีโอทีอนุมัติงบ500 ล้าน ประมูลUSO
-
▼
April
(57)
No comments:
Post a Comment